11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาและทำการค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อล่วงเลยความทุกข์ใจที่ช่วง

คนไหนกันแน่กำลังหา ดูหนังออนไลน์ ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในตอนกักบริเวณจากเชื้อไวรัสวัววิดอย่างงี้ ต้องตามมาทางนี้ ด้วยเหตุว่าพวกเราจะมาเชิญชวนทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดศึกษาและทำการค้นพบความหมายของชีวิต หลายท่านบางครั้งอาจจะเคยได้ฟังคำพูดสำนักงานดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของพวกเราสะอาดขึ้น ด้วยเหตุนี้ หลายๆครั้งการศึกษาถึงแนวทางของการแก้ไขปัญหาชีวิต พวกเราสามารถใช้บทเรียนบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในหนังมาดัดแปลงกับตนเองได้ แล้วก็ในในที่สุด หากแม้เวลาแค่สองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องบางครั้งก็อาจจะช่วยเหลืออะไรพวกเรามิได้ก็ตาม แต่ว่าขั้นต่ำพวกเราก็มั่นใจว่าช่วงของหนังที่มีประเด็นด้านบวกสักหัวข้อนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนกระทั่งตอนสุดท้าย จิตใจของพวกเรากำลังถูกปลอบโยนทีละน้อยไปในตัว อย่างแน่แท้

1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาตินั้นอาจไม่มีผู้ใดเอาจริงเอาจังเท่าอีกแล้ว โน่นเป็นการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงผู้เดียว และก็ข้อคิดเตือนใจสำคัญของหนังหัวข้อนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทั้งหมดทุกอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกๆอย่างจะบกพร่องจนกระทั่งคุณกล่าวว่า นี่แหละ นี่เป็นตอนจบของฉัน ขึ้นกับว่าคุณจะยอมหรือจะลุกขึ้นยืนสู้ คุณเพียงแค่เริ่ม คิดคำนวณ ไขปัญหาแรกให้ได้ และก็หลังจากนั้นจึงค่อยแก้ไขปัญหาถัดไป และก็ถัดไป เมื่อคุณไขปัญหาได้มากเพียงพอ ท้ายที่สุดคุณจะได้กลับไปอยู่บ้าน”

2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม
ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของหน้าหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นผู้แทนของความเหงาในใจของ ฮิโรโกะ วาตาที่นาเบะ รวมทั้งความเจ็บนั้นก็ถูกแก้ไขโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นเป็นจดหมายตอบกลับที่คุณทดลองเขียนถึงผัวของตนเองที่พึ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ โดยส่งมาจาก อิตสึกิ ฟูจิอิ สตรีที่ชื่อและก็ชื่อสกุลเช่นเดียวกับชายคู่รักของคุณโดยบังเอิญ เมื่อหญิงสาวทั้งคู่ที่เค้าหน้าแบบเดียวกันเช่นเดียวกันกับแฝดได้มาพบกัน ความลับในอดีตกาลที่หลบซ่อนอยู่ด้านในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ข้างชายเคยเรียนก็เบาๆถูกคลี่คลาย ฮิโรโกะก็ได้เจอกับการก้าวผ่านความเจ็บของชีวิต ส่วนอิตสึกิ (หญิง) ก็เจอกับความอบอุ่นในชีวิตราวกับแสงตะวันจากฤดูใบไม้ผลิ

3. The PURSUIT of HAPPYNESS (2006) ยิ้มไว้ก่อนบิดาสอนไว้
ภาพยนตร์ชี้แจงชีวิตจริงของ คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้จะต้องฝ่าฟันขวากหนามเยอะมากที่ต่างมารุมกระตุ้นเขาจนกระทั่งกับจำต้องไปดำเนินชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำสาธารณะกับลูกชายซึ่งเป็นราวกับความสำราญเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่จะสิ่งนั้นจะเป็นคติสอนใจว่า แม้ว่าจะโศกสลดแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าแม้พวกเรามองหาความสำราญที่แอบหลบอยู่ในมุมมืดได้ สิ่งนั้นจะเป็นราวกับแสงสว่างดวงจันทร์กลมโตที่ทำให้ท่านอบอุ่นในช่วงเวลาค่ำคืนอันมืดมากอย่างสิ้นสงสัย

4. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ลบคุณ…ให้ไม่ลืมเลือน
หากพวกเราลืมความเจ็บได้ คงดีไม่น้อย แม้กระนั้นในชีวิตจริงไม่มีผู้ใดลืมได้จริง ต่อให้ โจเอล บาริช ชายที่ลบความจำที่มีด้วยกันกับแฟนสาวคนเก่าที่เขาเคยรัก แต่ถ้าว่าเมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบว่าความจำนั้น ทำให้เขาได้ทำความเข้าใจถึงความหมายของชีวิตของการการเป็นสามีภรรยา รวมทั้งความเจ็บไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความเกี่ยวเนื่อง แถมยังสามารถทำให้ทั้งสองแก้ไขกันและกัน และก็เติบโตในความเกี่ยวเนื่องถัดไปได้

5. 50/50 (2011) ฟิฟตี้ ฟิฟตี้ ไม่ตายก็รอดวะ
ภาพยนตร์ขึ้นหิ้งสายดราม่าน้ำตาซึม ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดัม ผู้ชายผู้ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆเนี่องจากเขาเป็นโรคมะเร็งก็เลยไม่มีซึ่งแรงกระตุ้นอะไรก็แล้วแต่สำหรับในการมีชีวิตต่อ ทำให้ไคล์ เพื่อนซี้คู่กาย เริ่มเชื้อเชิญเขาไปทำอะไรบันเทิงใจๆมุทะลุสารพัน ก่อนที่จะโน่นจะแปลงเป็นแง่คิดสำคัญว่า ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์เราเกิดขึ้นมากาลครั้งหนึ่งในชีวิตจะมานั่งเศร้าใจไปเพราะเหตุไร การออกไปดำเนินชีวิตให้สนุกสนานสุดฤทธิ์สุดเดชตามใจฉัน อาจคือคำว่าชีวิตได้ดียิ่งไปกว่าการนั่งถอนใจรอคอยความตายอย่างไม่ต้องสงสัย

6. The Secret Life of Walter Mitty (2013) ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้
เพราะเหตุว่าบางเวลาคุณอาจจะไม่สบายใจอยู่ เพียงแค่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวเพียงเท่านั้น ภาพยนตร์ประเด็นนี้ก็เลยเป็นตัวอย่างของความทุกข์ใจที่ไม่มีเสียงซึ่งแสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งนี่เป็นเรื่องราวของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้ ชายหนุ่มบุคลากรสำนักงานผู้ใช้ชีวิตไปวันๆก่อนที่จะเขาจะได้โอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนอันเหน็บหนาว หงอยเหงา รวมทั้งเงียบมาก จนตราบเท่าเมื่อเขากลับมายืนที่เดิม ก็พบว่าตามที่เป็นจริงแล้วสิ่งที่เขาเคยมีความรู้สึกว่าพึงพอใจ กลับกลายความทุกข์ทรมานที่เขาก้มตัวยอมรับได้แล้วต่างหาก

7. The Notebook (2004) รักคุณหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก
เรื่องราวของสองวัยรุ่น โนอาห์รวมทั้งอัลลี ที่ได้หลงรักกันอย่างหมดหัวใจ กลับจำเป็นต้องถูกใจแบ่งเรื่องชนชั้นมาเป็นปัญหาที่สำคัญต่อความรัก กระทั่งทำให้ทั้งคู่จำเป็นต้องแยกจากกัน ก่อนที่จะถัดมาทั้งสองได้กลับมาเจอะกันอีกรอบ ภาพยนตร์ประเด็นนี้ได้บอกให้พวกเรารู้เรื่องว่า ท้ายที่สุดแล้วความรักในแบบที่ไม่หวังผลทดแทน เป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความทุกข์ใจที่คลุมเครือ ซึ่งผู้คนจำนวนมากมักเรียกว่า ‘ความมุ่งมาด’ (จากความรัก)

8. The Perks of Being a Wallflower (2012) วัยปั่นป่วนหัวใจปึ้ก
นี่คงจะเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เรื่องความทุกข์ใจสะดุดใจรวมทั้งสะดุดตาพวกเราสูงที่สุด เมื่อวันหนึ่ง ชาลี เด็กวัยรุ่นประหม่าที่มีปัญหาการเข้าสังคมได้เจอกับแซมแล้วก็แพทริก สหายกรุ๊ปแรกในชีวิตที่รอช่วยเหลือเขา ทำให้มีอาการชาลีกลายมาเป็นเด็กที่เบิกบานใจอีกที เด็กวัยรุ่นทั้งหลายแหล่ทำให้พวกเราทราบดีว่า ไม่ว่าใครจะพบกับปัญหาที่ปวดแบบไหน แม้มีใครซักคนรอฟังรวมทั้งอยู่ดูแลจิตใจตอนที่ท้อใจ เป็นลู่ทางหลักที่ไม่ต้องนั่งจัดการกับปัญหาเพียงผู้เดียวให้ทรมาทรกรรมจนถึงเกินรับไหว

9. Begin Again (2013) เพราะเหตุว่ารัก เป็นเพลงรัก
หนังประเด็นนี้แสดงถึงภาพของคนวัยหนุ่มวัยสาวในปัจจุบันที่กำลังเจอกับฟุตบาทในชีวิตที่ส่องสว่างเสมือนแสงสว่างของดวงสาว เพียงดาวคู่นี้มีดวงหนึ่งที่แสงสว่างเบาๆริบรี่ลงเพราะเหตุว่าเรื่องของความข้องเกี่ยว แล้วก็ผู้ชายวัยกลางคนซึ่งไม่มีความต่างกับดาวฤกษ์ที่แสงสว่างในตัวนั้นได้ดับลงไปแล้ว เมื่อดวงดาวสองดวงโคจรมาพบกันก็เลยแปลงเป็นแรงที่อุดหนุนกันรวมทั้งช่วยทำให้แสงสว่างที่ชีวิตของแต่ละข้างกลับมาส่องแสงได้อีกที หากแม้ในหนังจะมีเพลงซึ้งๆต้องใจอย่าง Lost Stars แม้กระนั้นเพลงที่ทำให้พวกเราปล่อยวางในเรื่องของความเกี่ยวเนื่องได้ก็คือ A Step You Can’t Take Back

10. INSIDE OUT (2015) น่าพิศวงอารมณ์ชุลมุน
ศึกษา สารภาพ เติบโต พวกเรามอบสามคำนี้ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ หากว่าพื้นฐานจะมองเหมาะสมกับเด็กๆในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรู้ทันแล้วก็จัดแจงกับอารมณ์ตนเอง แต่ว่าสำหรับคนแก่ที่ผ่านร้อนหนาวของชีวิตมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้เรื่อง แต่ว่าสามารถปลอบประโลมใจในวันที่บางอารมณ์เศร้าหมอง หรือปล่อยวางในบางอารมณ์ที่กำลังเดือดลนลานได้ ภาพยนตร์หัวข้อนี้มิได้สอน แม้กระนั้นดึงแล้วก็คาดคั้นประสบการณ์ร่วม ก่อนที่จะสะท้อนกลับมาสู่จิตใจ ให้ปฏิบัติหน้าที่คัดเลือกกรองรวมทั้งตีความหมายอีกรอบ

11. Anomalisa (2016) ‘บุคคลอื่น’ ที่ไม่เหมือนกันแบบเดียวกัน
มนุษย์เป็นอย่างไร ความเจ็บเป็นอย่างไร การมีชีวิตเป็นยังไง และก็เวลาพวกเรามีจำกัด โน่นเป็นสิ่งที่พวกเราลืม ประโยคต้นๆจากแบบอย่างภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ที่ชักชวนให้พวกเราติดตามตัวนำอย่าง ไมเคิล สโตน ที่พบกับวิกฤตกลางคนไปจนกระทั่งจบ เพศชายที่พากเพียรดิ้นรนสืบหาความสบายภายใต้หน้ากาก พวกเราตามติดว่าในที่สุดแล้วเขาจะพบกับความสบายที่เรียกว่าอะไร ความรัก งานการ หรือครอบครัว พวกเราไม่บอก แต่ว่าเพียงแค่รู้ดีว่าการไม่หลอกตัวเองรวมทั้งเห็นด้วยให้ได้อาจเป็นยารักษาดวงใจที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

แนวทางการดูหนังกับกระบวนการทำวิดีโอคอนเท้นต์สู่การเป็นยูทูปเบอร์

เคยรู้มาก่อนมั้ยว่าการ ดูหนังออนไลน์ มองซี่ปรี่ย์ออนไลน์ อยู่บ้านปกติก็ฝึกฝนความถนัดแนวทางการทำวิดีโอคอนเท้นต์ต่อยอดการเป็นยูทูปเบอร์ได้ ! ที่สำคัญเป็น จำต้องดูหนังให้เป็น หนังนอกเหนือจากการที่จะมอบความสนุกสนานร่าเริง บรรเทาแล้ว พวกเรายังสามารถเพิ่มมุมมอง ความนึกคิด เนื้อหาต่างๆให้พวกเราได้อีกด้วย ทดลองสังเกตุมองว่าหนังหลายๆเรื่องจัดวางส่วนประกอบ ฉาก แสงสว่าง สีเจริญแล้วก็งามมากมาย คนทำหนังทำเช่นไร จัดมุมกล้องถ่ายรูปอย่างไร หนังแต่ละเรื่องมีแนวความคิดอย่างไรสำหรับเพื่อการเสนอเรื่องราว ให้น่าดู น่าติดตาม มาทดลองพิจารณาเนื้อหากลุ่มนี้กัน ตามมาเลย

1. พิจารณาโทนสีที่ใช้
โทนสีที่ใช้ในหนังแต่ละฉาก แต่ละเรื่องจะมีการ Grading สีที่แตกต่างออกไป ให้อารมณ์คนละอย่าง แนวทางที่ง่ายสุด เป็นเลือกจำโทนที่ถูกใจไว้เป็นตัวอย่างแล้วทดลองแกะออกมาใช้ในแบบที่พวกเราถูกใจมอง

2. ดูอารมณ์
ทดลองสังเกตุอารมณ์จากหนัง สายตาต่างๆพวกเราทดลองจำความรู้สึก เนื้อหาของ สีหน้าท่าทาง อารมณ์ เพื่อใช้สำหรับในการเก็บบันทึกงานวิดีโอของพวกเรา ด้วยเหตุว่าการถ่ายงานรูปแบบนี้ชอบจำเป็นต้องเข้าใจในเรื่องอารมณ์สำหรับเพื่อการพรีเซนเทชั่นด้วย

3. พิจารณาการวางเฟรมภาพ
การวางเฟรมสำหรับเพื่อการถ่ายทำหนังมีมากมายแบบมากมาย มากมายกระทั่งที่พวกเราทดลองเอามุมไปใช้ถ่ายงานวิดีโอพวกเราได้นะ อย่างมุมกล้องถ่ายรูปของการเล่าเรื่องท่องเที่ยว หรือเล่าบรรยากาศในเมือง พวกเราเพียงแค่สังเกตว่าในเรื่องจัดเฟรมภาพ จัดมุมกล้องถ่ายภาพอย่างไร แล้วทดลองเอามาใช้มอง

4. พิจารณาการเล่าเรื่องจากหนัง
ลำดับการเล่าเรื่องเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเขียนรีวิว การใช้คำกล่าวให้น่าดึงดูด แล้วก็สม่ำเสมอเกิดเรื่องราวเดียวกัน พวกเราจำเป็นต้องให้รายละเอียดการเล่าเรื่องชมรมกับรายละเอียดวิดีโอสำหรับเพื่อการพรีเซ็นท์ ซึ่งพวกเราสามารถศึกษาจากการดูหนังได้อีกหนทางนึง

5. พิจารณาเนื้อหาในฉาก
การให้ความสนใจเนื้อหา ความถูกกันของรายละเอียดในวิดีโอเป็นสิ่งจำเป็น จำเป็นต้องให้เกิดเรื่องเดียวกัน ตีมเดียวกัน เกี่ยวข้องกัน ทดลองดูรายละเอียดที่ได้รับมาจากหนังภาพยนตร์แล้วก็ใช้เป็นต้นแบบสำหรับการวางเนื้อหาสำหรับเพื่อการถ่ายทำวิดีโอคอนเท้นต์พวกเราก็ได้

6. พินิจมุมกล้องถ่ายรูปจากหนัง
มุมกล้องถ่ายรูปสำหรับการเล่าก็จะมีความไม่เหมือนกันออกไป ถ้าหากพวกเราถูกใจมมุมไหนเป็นพิเศษก็ทดลองจับมาใช้มองโดยจำจากการดูหนังในฉากกล้วยๆพวกเราบางทีก็อาจจะทดลองฝึกฝนบันทึกวีดีโอตามมุมที่จำมากมายจากหนัง รวมทั้งหมั่นฝึกหัดไปเรื่อยจะก่อให้พวกเราเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น

7. ดูการจัดแสงสว่าง
การถ่ายวิดิโอในบางพื้นที่พวกเรารู้อยู่แล้วถ้าหากถ่ายด้วยแสงสว่างธรรมชาติไม่เพียงพอแน่ๆ พวกเราทดลองศึกษาเล่าเรียนมองว่าเขามีการจัดไฟลักษณะไหน หรือแสงสว่างที่ใช้เพื่อการถ่ายทำเป็นแบบอย่างไหน แล้วเอามาประยุกต์กับการถ่ายของพวกเรา

8. พิจารณาแนวการคิดของคนทำหนัง
ในที่สุดเป็นทดลองพิจารณาแนวความคิดของผู้ที่ทำหนังมอง พวกเราจะได้ทั้งยังการตระเตรียม มุมมอง การใช้สี สารพัดสารพันอย่าง แค่เพียงพวกเราพิจารณาจากการดูหนังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การดูหนังมอบมุมมอง และก็มอบไอเดียความนึกคิดให้พวกเราได้ แม้กระนั้นเพียงแค่จำต้องมองให้เป็นเพียงเท่านั้น กระบวนการทำหนังสักเรื่องกับกระบวนการทำวิดีโอคอนเท้นต์สักคลิป ถึงขั้นตอนการทำงานจะไม่ค่อยเช่นเดียวกันนัก แต่ว่าก็มีจุดหมายปลายทางแบบเดียวกัน เป็นมอบสารนั้นไปยังผู้ชม พวกเราสามารถกล่าวถึงทริคดีๆจากหนัง มาปรับใช้ให้กับงานของพวกเราได้เพื่อเป็นแถวทางในการสร้างวิดีโอคอนเท้นต์ที่มีคุณภาพมอบไปยังผู้ชมของพวกเรา

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

วิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากการ ”ดูหนังออนไลน์”

การ ดูหนังออนไลน์ พิสูจน์กับหลายๆคนได้แล้วว่าเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการพัฒนาทักษะด้านการฟัง เรียนรู้คำศัพท์ และฝึกวิธีการพูดในแบบที่เป็นธรรมชาติ แต่สิ่งสำคัญ ต้องทำให้ถูกวิธี ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ทำคือ ไม่ได้ทำให้การดูหนังเป็นประสบการณ์การเรียนรู้อย่างแท้จริง แค่นั่งดูไปเรื่อย ๆ เหมือนดูหนังในภาษาของตัวเอง และไม่ได้จริงจังกับมันมากพอ วันนีเราจะขอนำเสนอทริคเล็ก ๆ น้อยสำหรับการฝึกภาษาเรียนรู้คำศัพท์จากการดูหนังออนไลน์ มาดูกันเลย

เรียนรู้จากการฟังภาษาอังกฤษจริงๆ ของ Native speaker
หนึ่งในวิธีการฝึกฝนภาษาอังกฤษที่หลายๆ คนคอนเฟิร์มแล้วว่า ‘เวิร์ค’ ก็คือการ ‘ดูหนังออนไลน์’ สิ่งที่จะได้จากการดูหนังนั้นมีเยอะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรียนรู้การใช้ภาษาจริงๆ ของ Native speaker (จะทำให้คุณคุ้นเคยกับสำเนียงของเจ้าของภาษา) , การเพิ่มพูนคำศัพท์ วลีและสำนวนที่ใช้ในชีวิตจริงที่สนุกและได้ความรู้ไปพร้อมๆ กัน, เรียนรู้วัฒนธรรมเจ้าของภาษา, เรียนรู้การออกเสียงที่ถูกต้อง ,ฝึกทักษะการฟังของคุณอีกด้วย

การเรียนภาษาอังกฤษด้วยการดูหนังออนไลน์อย่างจริงจัง
การเรียนภาษาอังกฤษด้วยการดูหนังออนไลน์ คุณจะต้องมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง เอาโน้ตบุ๊คไว้ใกล้ตัว หยุดวิดีโอแล้วบันทึกคำศัพท์ใหม่หรือสำนวนใหม่ ๆ ทุกครั้งที่เจอ เมื่อดูเสร็จหนึ่งรอบให้ใช้พจนานุกรมภาษาอังกฤษหรือแอปต่าง ๆ เพื่อศึกษาคำจำกัดความของคำและสำนวนที่คุณบันทึกไว้

บันทึกคำหรือประโยคจากฉากไว้ฝึก
นอกจากนั้น อีกวิธีง่ายๆที่เราอยากแนะนำคือ การจดบันทึกคำศัพท์หรือประโยคง่ายๆจากฉากในหนัง เพราะการจดบันทึกคำง่ายๆ ในฉากหนังนั้นเอาไว้ ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการย้อนกลับไปดูในภายหลัง เพราะยิ่งคุณดูซ้ำ ๆ คุณก็จะยิ่งเข้าใจในบริบทของประโยคที่ถูกใช้มากขึ้น แถมยังช่วยให้คุณได้ฝึกฟังและฝึกพูดซ้ำ ๆ จนคล่องขึ้นได้อีกด้วย

ดูคลิปตัวอย่างหนังออนไลน์สั้นๆ
แต่ถ้ารู้สึกว่ามันเป็นงานยากเพราะต้องดูเนื้อหาที่ยาวเกินไปและอยากได้ตัวช่วย จะทำให้มันง่ายขึ้น เราขอนำเสนอวิดีโอบทสนทนาภาษาอังกฤษ ในรูปแบบคลิปตัวอย่างหนังออนไลน์สั้นๆ ก่อน และค่อยๆปรับเปลี่ยนมันให้เป็นการดูแบบยาวๆที่หลัง

การดูหนังออนไลน์ ถึงแม้จะเป็นการสื่อสารแบบทิศทางเดียว แต่คุณก็สามารถฟังและพร้อมทั้งอ่านออกเสียงเป็นสำเนียงเจ้าของภาษาตามหนังได้ และยังมีสื่อการเรียนรู้อีกมากมายให้คุณได้ศึกษาในระหว่างดูหนังออนไลน์ เมื่อดูเสร็จคุณจะได้รับคำศัพท์และบทสนทนาง่ายๆที่จะช่วยให้คุ้นเคยกับการฟัง การออกเสียงภาษาอังกฤษง่ายขึ้น และการฝึกภาษาจากการดูหนังออนไลน์ก็สนุกและไม่น่าเบื่ออีกด้วย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ทำไมต้องเป็น ป๊อปคอร์น…ขนมที่ถูกเลือกให้กินคู่ตอนดูหนัง

เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ขึ้นมาทีไร ก็นึกถึงขนมที่กินตอนดูหนังไปด้วยทุกที คุณเป็นคนนึงมั้ย ที่เวลาจะดูหนังต้องมีขนมมากินด้วย และขนมที่ชวนให้อยากกินตอนดูหนังไม่ว่าจะตอนไหน ก็คือเจ้า ขนมป๊อปคอร์น นั่นเอง เคยสงสัยกันไหม ว่าเราเริ่มกินป๊อปคอร์นตอนดูหนังกันมาตั้งแต่เมื่อไร ใครเป็นต้นคิด แล้วทำไมต้องเป็นป๊อปคอร์น ทำไมไม่เป็นไส้กรอก ขนมปัง คุกกี้ หรือสายไหมบ้าง วันนี้ เราจะมาเฉลยให้ฟัง ว่าทำไมคนถึงนิยมกินป๊อปคอร์นตอนดูหนังแทนที่จะเป็นขนมอย่างอื่น กินป๊อปคอร์นตอนดูหนังมีที่มาที่ไปจากอะไร ทำไมถึงแพร่หลายไปทั่วทุกทีขนาดนี้ ขนาดเราเองจะดูหนังทีไรก็ต้องอยากกินป๊อปคอร์นด้วยตลอดเลย

บ้านเกิดของ Popcorn Culture คือ สหรัฐอเมริกา
แต่เดิมนั้นป๊อปคอร์นเป็นขนมที่ได้รับความนิยมในอเมริกาเหนืออยู่แล้ว เพราะทำง่าย ราคาถูก ได้ปริมาณเยอะ จนกระทั่งปี 1848 ก็มีผู้คิดค้นตู้ทำป๊อปคอร์นแบบเคลื่อนที่ขึ้นมา และทำให้อาชีพคนขายป๊อปคอร์นแพร่หลายขึ้นอย่างรวดเร็ว ในตอนนั้น คนขายมักจะเข็นตู้ป๊อปคอร์นไปตั้งขายในที่คนพลุกพล่าน เช่น หน้าโรงละครเวที หน้าโรงละครสัตว์ ตามงานเทศกาล รวมไปถึงหน้าโรงหนังด้วย แม้ว่าสมัยนั้นโรงหนังจะยังไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้าไป ป๊อปคอร์นก็ยังขายดิบขายดีทุกครั้งหลังหนังฉายจบ เพราะคนที่เพิ่งดูหนังออกมาจากโรง ก็มักจะท้องหิว อีกทั้งกลิ่นหอมฟุ้งและเสียงปะทุของป๊อปคอร์นยังดึงความสนใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ป๊อปคอร์น กับ โรงหนังจากของต้องห้าม กลายเป็นตัวทำกำไร
พอถึงยุคถัดมา ที่โรงหนังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างโรงละครเวทีหรือละครสัตว์แบบไม่เห็นฝุ่น ประจวบเหมาะกับเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ (The Great Depression) ขึ้นในอเมริกาพอดี ยิ่งทำให้ขนมราคาถูกอย่างป๊อปคอร์นขายดีสุด ๆ จนโรงหนังต้องยอมอนุญาตให้คนเอาป๊อปคอร์นเข้าไปกินในโรงได้ นับจากนั้นมา ป๊อปคอร์นก็ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งมาเป็นส่วนหนึ่งของการดูหนังอย่างเต็มตัว ไม่นานนัก เจ้าของธุรกิจโรงหนังก็เล็งเห็นโอกาสในการทำกำไรจากป๊อปคอร์น พวกเขาจึงเปลี่ยนแผนใหม่ จัดแจงไล่คนขายไปซะ แล้วตั้งบูธขายป๊อปคอร์นของโรงหนังเองซะเลย บวกราคาเพิ่ม และตั้งกฎไม่ให้คนดูเอาอาหารจากภายนอกเข้าไป ตั้งแต่นั้นมา โรงหนังก็ได้สิทธิ์ผูกขาดในการขายป๊อปคอร์น (แพง ๆ) แต่เพียงผู้เดียว

ขนมป๊อปคอร์น กับการกินตอนดูหนัง
ตอนนี้วัฒนธรรมป๊อปคอร์นได้แพร่กระจายไปทั่วโลก ขนาดเราเองเวลาจะดูหนังออนไลน์ในห้องโฮมเธียเตอร์ที่บ้าน ยังต้องมีป๊อปคอร์นชามใหญ่มานั่งกินไปด้วย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะไม่ได้บรรยากาศ แอบกระซิบบอกเลยว่าคั่วเองกินเองที่บ้านต้นทุนถูกกว่าซื้อหน้าโรงหนังหลายเท่าตัว ประหยัดทั้งค่าตั๋ว ค่าขนม ฟินคูณสองเลย

ทีนี้เราก็พอจะรู้กันแล้วใช่มั้ย ว่าทำไมต้องขนมป๊อปคอร์นถึงถูกเลือกให้กินคู่ตอนดูหนัง แต่ไม่ว่าจะเปิด เว็บดูหนังออนไลน์อยู่ที่บ้าน หรือดูในโรงหนัง การมีอะไรอร่อยๆ กินไปด้วยดูไปด้วยนั้นเป็นการเพิ่มพูนความสุขในการดูหนังไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ยุคของเกมเมอร์มาแล้ว แนะนำ 9 หนังน่าดูทุ่มทุนสร้างมาจากเกมส์

เล่นเกมส์อยู่บ้านเบื่อแล้ว ดูหนังออนไลน์ เปิดเว็บ ดูหนังออนไลน์ มาดูหนังที่สร้างจากเกมส์กันบ้าง ยุคของเกมเมอร์มาแล้ว วันนี้เรามาแนะนำกับ 9 หนังน่าดูที่สร้างมาจากเกมส์ ความบันเทิงอีกรูปแบบ นอกจากหนังไลฟ์แอ็คชั่นที่สร้างจากแอนิเมชั่นจะได้รับความนิยมในการพัฒนารูปแบบหนังในปัจจุบัน การสร้างเรื่องราวหนังจากเกมส์ก็ได้รับความสนใจจากคนดูไม่แพ้กันนะ เพราะไม่เพียงเจาะตลาดกลุ่มหนังที่มีอยู่เดิม ยังขยายฐานไปยังกลุ่มคนเล่นเกมส์อีกด้วย วันนี้เรามาส่องดูกันว่า มีหนังออนไลน์ที่สร้างจากเกมส์เรื่องไหนบ้างที่น่าดู ตามมาเลย

1.Tomb Raider (ลาร่าครอฟท์ ทูม เรเดอร์)
การกลับมารีบู๊ทใหม่ของหนังที่สร้างจากวิดีโอเกมส์ชื่อดัง ซึ่งในอดีตได้ไอคอนหลักอย่าง แอนเจลลิน่า โจลี่ มารับบทเป็นลาร่า ครอฟท์ หลังจากเฟ้นหานักแสดงมาอย่างต่อเนื่องว่าใครจะได้มารับนี้ ล่าสุดก็มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า อลิเซีย วิเคนเดอร์ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก The Danish Girl จะมารับบทนำบู๊ไปสุดขอบโลก

2. Rampage (แรมเพจ ใหญ่ชนยักษ์)
หนังเรื่องนี้สร้างจากเกมส์อาเคต ยุค 80 ชื่อดังใครเคยเล่นเกมส์นี้บ้าง เป็นเรื่องราวของมอนสเตอร์ที่จะมาถล่มเมือง โดยได้ แบรด เพย์ตัน จากภาพยนต์ภัยพิบัติเรื่อง San Andreas และนำแสดงโดย ดเวย์น จอห์นสัน รับบทเป็น Davis Okoye

3. Sonic The Hedgehog (โซนิค เดอะ เฮดจ์ฮ็อก)
ภาพยนตร์จากเกมส์ระดับตำนานของ Sega ที่จะออกมาเป็นภาพยนตร์ขนาดยาว โดยได้ ทิม มิลเลอร์ ผู้กำกับจากเดดพูลมาร่วมอำนวยการสร้าง และได้ เจฟฟ ฟาวเลอร์ มากำกับปรากฎการณ์ความมันส์ โดยตัวละครดังๆในเกมส์กลับมารวมตัวกันเพียบ

4. Minecraft: The Movie (เดอะเลโก้มูวี่)
ถ้าพูดถึงเกมส์ดังแห่งยุค 2017 Minecraft กลายเป็นหนึ่งในเกมฮิตที่เล่นกันทุกวัย เพราะความคิดสร้างสรรค์แบบไม่มีที่สิ้นสุดและการสร้างตัวละครรวมถึงพื้นที่ต่างๆทำให้มีโปรเจ็กต์สร้างเป็นหนัง โดยได้ ร็อบ แมคอเลเฮนนีย์ มานั่งแท่นผู้กำกับ

5.The Angry Birds Movie 2 (แอ็งกรี เบิร์ดส เดอะ มูวี่ 2)
จากความสำเร็จในเรื่องของความฮาความกวนของเจ้าแก๊งค์นกโกรธ Angry Birds ในภาคแรก เตรียมกลับมาสานต่อความป่วนบนเกาะนกที่เต็มไปด้วยสีสันชวนหัวเราะ การกลับมาครั้งนี้ได้จอน วิตตี้ ผู้เขียนบทให้กับ The Simpsons มาสร้างชีวิตให้เหล่านกสุดน่ารักเหล่านี้

6.Temple Run (เทมเพิลรัน)
เกมส์วิ่งล่าสมบัติชื่อดังในมือถือกำลังจะมาโลดแล่นบนจอโรงหนัง แน่นอนว่ามันต้องหนังแนวล่าขุมทรัพย์ผจญภัยไม่ต่างจากอินเดียนน่าโจนส์แน่นอน โดยได้สตูดิโอผู้สร้าง Warner Bros. Pictures และได้เดวิด เฮย์แมน มาร่วมอำนวยการสร้าง ซึ่งหนังเรื่องนี้จะยึดถือเกมส์มือถือเวอร์ชั่นปี 2011

7. Mortal Kombat (มอร์ทัล คอมแบท..นักสู้เหนือมนุษย์)
แม้ยังไม่มีความแน่ชัดเกี่ยวกับการกลับมาของหนังที่สร้างจากเกมส์เรื่องนี้ แต่มีกระแสข่าวแล้วว่าขณะนี้ได้ เจมส์ วาน มาเป็นผู้อำนวยการสร้าง ได้ เดฟ คลลาฮาม ผู้เขียนบทของ Doom และ Godzilla มานั่งแท่นเขียนบท

8. Assassin’s Creed 2 (แซสซินส์ครีด 2 )
หลังจากปี 2017 ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ได้ปูเรื่องราวความมันส์ไว้ให้แล้ว หนังเรื่องนี้ก็น่าจับตามองอีกครั้งว่าจะเป็นไปในทิศทางใด โดยเรื่องราวจะสานต่อจากภาคแรก การผจญภัยของ คอลลั่ม ลินช์ ผู้ที่ค้นพบว่าตัวเองนั้นคือทายาทของสมาคมลึกลับนามว่า The Assassins

9. Fruit Ninja (ฟรุ๊ตนินจา)
เกมส์ที่ขายดีที่สุดบน IOS และมียอดดาวน์โหลดมากกว่าพันล้านครั้ง ก้าวสู่หนังไลฟ์แอ็คชั่นของฮอลลีวู้ด โปรเจ็กต์นี้อยู่ในขั้นตอนของการวางแผนให้เป็นหนังตลกที่เน้นเรื่องราวของครอบครัวและมีสีสัน โดยแนวคิดเริ่มต้นง่ายๆของหนังเรื่องนี้จะเกี่ยวกับนินจาตัวน้อยที่ต้องฝึกฝนวิชาด้วยการฟาดฟันผลไม้ จากเกมส์น่าเล่น กลายมาเป็นหนังจะสนุกขนาดไหน ตามไปดูเลยคอเกมส์ทั้งหลาย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

How to ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านยังไงให้สนุกมากกว่าเดิม

การ ดูหนังออนไลน์ เป็นความหรรษาอีกแบบหนึ่งในปัจจุบันนี้ ที่นิยมกันเพิ่มมากขึ้น การดูหนังในแบบออนไลน์นี้เป็นการสร้างความสนุกให้กับเพศผู้ดู ทั้งยังสร้างความสบายสบายทุกคนอีกด้วย แค่เพียงมีโทรศัพท์มือถือเพียงแค่เครื่องเดียวก็สามารถที่จะดูหนังได้แล้ว ในยุคนี้จะต้องกล่าวว่าการดูหนังนั้นปรับปรุงไปไกลมากสามารถมองได้ทุกหนทุกแห่งไม่ต้องไปซื้อแผ่นไม่ต้องไปโหลดหนังเหมือนแต่ก่อน เพียงแต่กดหาหนังที่ต้องการจะมองก็สามารถสนุกสนานกับการดูหนังเรื่องโปรดได้เลย วันนี้พวกเราเลยจะมาแชร์ How to ดูหนังออนไลน์อยู่บ้านอย่างไรให้บันเทิงใจมากเพิ่มขึ้น ต้นแบบกล้วยๆที่ใครๆก็กระทำตามได้ง่ายๆ ทดลองทำตามอย่างนี้ได้เลยจ๊ะ แล้วการอยู่บ้านของพวกเราจะไม่มีเบื่ออีกต่อไป

1. ของหวานอร่อยๆมากินตอนดูหนังเรื่องโปรด แน่ๆว่าเมื่อมีอะไรมองก็ควรมีอะไรถึงปากตกถึงท้องเช่นกัน เพื่อจะได้สนุกสนานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและก็ปากก็จะได้ไม่หงอยเหงาอีกด้วย
2. สร้างบรรยากาศการดูหนังออนไลน์ที่บ้านแบบโรงภาพยนต์ด้วยการเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นๆรวมทั้งทำห้องให้มืดทึบๆเพียงเท่านี้ก็ฟินละนะ
3. มองกันผู้คนจำนวนมากเสนอแนะว่าให้หาคนนึงที่มีรสนิยมสำหรับการมองภาพยนตร์ดีๆสักเรื่องนึง ยืนยันว่าจะได้ดูหนังแบบบันเทิงใจ
4. มองผู้เดียวคงจะสนุกสนานกว่าแม้กระนั้นถ้าหากมองหลายท่านก็จะมีอารมณ์ด้วยกันเยอะขึ้น แม้กระนั้นหากว่าอยากได้เรื่องที่ควรจะมีสมาธิเสนอแนะให้มองผู้เดียวแต่ว่าถ้าหากเน้นย้ำของกินก็มองคนจำนวนไม่น้อยจะดียิ่งกว่า
5. เปิดเสียงหนังให้ดังสนั่นหวั่นไหว เพื่อความรื่นเริงใจที่กำลังจะได้สนุกสนานเยอะขึ้น แม้กระนั้นชี้แนะว่าอย่าดังมากมายนะเนื่องจากว่าเพื่อนฝูงข้างบ้านจะขว้างขวดมาใส่หลังคาบ้านเอาได้

ถ้าเกิดจะให้เอ๋ยถึงการดูหนังในสมัยปัจจุบันนี้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นทำให้คนไปดูในโรงลดลงนั้น จริงๆสำหรับในการรับดูที่บ้านกับมองในโรงหนังนั้นมันแตกต่างอย่างยิ่ง จุดเด่นสำหรับการดูหนังในแบบออนไลน์ซึ่งก็คือสามารถมองได้ฟรี ไม่ต้องเริ่มเดินทางไปไกล อยู่ที่บ้านหรืออยู่ไหนก็สามารถมองได้โดยทันที กล่าวว่าความรู้สึกสำหรับเพื่อการมองนั้นมันจะไม่พอๆกับในโรงแน่ๆไม่ว่าจะคือเรื่องของเสียงภาพ ไหมว่าจะเป็นหนังในละครที่ออกอากาศทางทีวีคนก็มองลดน้อยลงเนื่องจากบางครั้งก็อาจจะมาจากการที่ไม่ว่างมอง ก็เลยทำให้ไปดูย้อนไปในแบบอย่างออนไลน์เอา
ถึงแม้หนังในแบบอย่างออนไลน์จะมีคนนิยมกันมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระนั้นโน่นก็เพียงพอด้วยการที่เวลาสำหรับการไปดูภาพยนตร์ในโรงนั้นมีน้อย ทั้งการดูในต้นแบบออนไลน์มันสะดวกมากยิ่งกว่า แต่ว่าก็ใช่ว่าคนจะไม่หันไปมองในโรงหนังเลย ด้วยเหตุว่าในต้นแบบที่มองในบ้านกับโรงหนังนั้นมันมีบรรยากาศที่ไม่เหมือนกันซึ่งดีอีกทั้ง 2 แบบ แม้กระนั้นมันขึ้นกับว่าพวกเราถูกใจอรรถรสการรับดูแบบไหนมากยิ่งกว่าต่างหาก

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

หนังผีไม่มีทางตาย 5 เหตุผลที่เพราะเหตุไรหนังผีก็เลยครอบครองใจผู้ชม

หนังผี สยองขวัญ ชอบอยู่ในลิสต์อันดับแรกๆของการ ดูหนังออนไลน์ เลยล่ะ แม้ว่าในเว็บไซต์ดูหนังออนไลน์จะมีจำพวกหนังให้เลือกมองมากมายก่ายกองก็ตาม หนังผีก็คือตัวเลือกอันดับที่หนึ่งที่คนเข้ามองสูงที่สุด ทำไมกันนะ คุณเองก็เป็นอีกคนนึงที่ติดอกติดใจหนังสยองขวัญเหล่านี้ด้วยเหมือนกัน ใช่มั้ย ในโลกของการสร้างหนังเอง โดยยิ่งไปกว่านั้นในไทยพวกเราก็ชอบได้มองเห็นอยู่บ่อยที่หนังผีถูกผลิตออกมาเสมอๆกว่าหนังจำพวกอื่น แล้วก็คนก็ยังแห่มองกันเยอะแยะยกตัวอย่างเช่นเดิม บางเรื่องดังผ่านสมัยผ่านยุคกันมาอย่างยิ่งจริงๆ ทำไมลองมองคำตอบพวกนี้กัน

1. มันเป็นเรื่องเล่าที่ไม่สิ้นสุด
ถ้าเกิดยึดตามหลักฐานที่ปรากฏ ความเลื่อมใสเรื่องผี ชีวิตข้างหลังความตายได้ก่อตัวมานานกว่า 3,100 ปี ก่อนคริสต์ศักราชในสมัยอียิปต์โบราณ โดยมีการจารึกเรื่องราวความเชื่อถือกลุ่มนี้ลงในกระดาษขว้างปิรุส รวมทั้งการวาดลวดลายบนหลุมฝังศพ และก็ถึงจะเข้าสู่ตอนคริสต์ศักราชที่ 1 แล้ว แต่ว่า Pliny the Younger คนเขียน และก็รัฐบุรุษชาวโรมันก็ได้บันทึกเรื่องราวการเห็นภูตผีชายเฒ่าหนวดเคราพะรุงพะรังเขย่าเครื่องจองจำในบ้านของเขาที่กรุงเอเธนส์ หลักฐานพวกนี้บางทีอาจไม่สามารถที่จะการันตีได้ถึงการมีอยู่จริงของเหล่าวิญญาณ แม้กระนั้นข้อมูลทั้งหมดทั้งปวงก็คงจะพอเพียงต่อการชี้ว่า มนุษย์เคยชินกับเรื่องผีมาเป็นเวลานานแล้ว รวมทั้งเรื่องผีเกิดเรื่องที่แทรกซึมอยู่ในดีเอ็นเอของทุกคน ซึ่งน่าจะเป็นคำตอบว่าเพราะเหตุใดถึงมีผู้สร้างหนังผีออกมาอยู่เรื่อยและก็เพราะเหตุใดพวกเราถึงจะต้องยอมเสียตังค์เข้าไปพบเจออาการผวาตระหนกตกใจในโรงอยู่ตลอดๆเรื่องผีเกิดเรื่องเล่าไม่รู้จักจบสิ้น มีมานมนานตั้งแต่ยุคคนเริ่มก่อกองไฟแล้ว มนุษย์เดินทางผ่านประวัติศาสตร์โลกมาด้วยความหวาดกลัว เรื่องผีก็เลยอยู่ในดีเอ็นเอของพวกเรา พวกเราถูกใจความระทึกใจ ความน่าสยอง เพื่อทำให้พวกเรารู้สึกจะต้องทำไหมทำบางสิ่งบางอย่าง นี่เป็นเหตุผลที่ตอบปัญหาว่า เพราะเหตุไรถึงยังมีคนสร้างภาพยนตร์ผี และก็เพราะอะไรพวกเราถึงยอมเสียเงินเสียทองเพื่อเข้าไปดูหนังผีในโรงภาพยนต์

2. ‘ผี’ สิงอยู่ในวัฒนธรรมไทย
เรื่องผีทรงอิทธิพลในสังคมไทยมานาน ดูได้ง่ายที่สุดจากการที่คนแก่ทั้งหลายแหล่มักใช้ผีเป็นสิ่งที่ใช้ในการดึงเอาความกลัวของผู้คนออกมาแปลงเป็นคำสั่งสอนให้เด็กทำสิ่งนี้ ไม่ทำสิ่งนั้น หรือเพื่อเป็นการป้องกันและยังเป็นการไม่ให้พบเจออันตราย พวกเราก็เลยชอบมองเห็นกุศโลบายคำกล่าวสอนต่างๆจำนวนไม่ใช่น้อยที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผี นอกนั้นบางทีอาจเป็นได้ว่า วัฒนธรรมของชาวเอเชียที่มีความเชื่ออย่างสุดลิ่มทิ่มแทงประตูกับเรื่องผี พวกเราเคารพนับถือธรรมชาติ แล้วก็กลัวเรื่องลึกลับ ก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวเอเชียอย่างพวกเรานิยมเสพหนังสยองขวัญ และก็มีจินตนาการกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่หาคำตอบมิได้
เนื่องจากว่าพวกเราเป็นชาวเอเชีย พวกเราเลยมีเรื่องมีราวเล่า ความศรัทธาไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากว่าพวกเรากลัวธรรมชาติ ยกย่องธรรมชาติ เลยรู้สึกถึงวิญญาณและก็มีจินตนาการด้านนี้เยอะแยะ ชาวเอเชียเลยมักนิยมเสพหนังสยองขวัญ จินตนาการด้านนี้ของเราก็จะค่อนข้างจะเลิศวิไล

3. เนื่องจากว่าพวกเรากลัวผี!
เป็นระยะเวลากว่า 137 ปีมาแล้วที่โลกได้ทราบจะกับหลอดไฟฟ้าจากผลงานการประดิษฐ์ของ โทมัส อัลวา เอดิสัน (ประดิษฐ์ในปี 1879) แต่ว่าจนแล้วจนรอดพวกเราก็ยังคงกลัวผีอยู่ดี โดยเฉพาะยามที่แสงไฟถูกดับลง หรือความศรัทธาที่ว่า ‘มนุษย์เป็นสัตว์สังคม’ คำคำนี้ก็สามารถเป็นข้อสมมติได้ว่า เพราะเหตุใดพวกเราถึงเหงาหงอยยามที่จะต้องอยู่เพียงลำพัง เหตุไรพวกเราก็เลยกลัวการเช็ดกละเลย กลัวการเช็ดกคุกคามโดยจินตนาการของตน ยิ่งไปกว่านี้ความเชื่อถือเรื่องผีก็ถูกเปลี่ยนไปตามบริบทต่างๆในสมัยก่อน ผีไทยมักถูกตีความหมายตามสิ่งแวดล้อมประเทศชาติ หรือเอกลักษณ์แคว้น ยกตัวอย่างเช่น ปอบ กระสือ กระหัง ผีพราย หรือแม้กระทั้งผีแม่นากแขนยาวก้มเก็บมะนาว ซึ่งเว้นเสียแต่พวกเราจะกลัวผีแล้ว มนุษย์ก็ยังมีความเชื่อเรื่องผีที่มากมาย ผันตามสมัยตามสมัยนิยม ที่พวกเราเองก็พร้อมจะเชื่อตามอีกด้วย ยิ่งรุ่งโรจน์คนก็ยิ่งกลัว ส่วนที่ปรับปรุงไปด้านหน้าก็ปรับปรุงไป แม้กระนั้นอย่าลืมว่าการที่พวกเราเจริญก้าวหน้ามิได้หมายความว่าพวกเราแข็งแกร่งขึ้นนะ คนยังคงเปล่าเปลี่ยว อ้างว้าง กลัวการเช็ดกละเลย การอยู่เพียงลำพัง เอาง่ายๆก็คือ แม้ว่าจะมีการประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าขึ้นมาและตาม มนุษย์ก็ยังกลัวความมืดดำอยู่ดี ยิ่งโลกปรับปรุงไปด้านหน้า หนังผีก็ยิ่งมีที่ยืน เพียงแค่บางครั้งก็อาจจะเปลี่ยนแปลงบริบทไปตามความเจริญก้าวหน้า ยกตัวอย่างเช่น หนังผีบนยานอวกาศ

4. หนังผีไม่ย่ำคงที่
ว่ากันว่าหนังผีเรื่องแรกของโลกอย่างเป็นทางการเป็น The Haunted Castle (1896) โดยเป็นภาพยนตร์ใบ้ ดูแลโดย Georges Méliès นับจากนั้นเป็นต้นมาหนังผีก็ถูกทำต่อๆกันออกมาเยอะมากๆ กำเนิดเป็นภาพยนตร์ผีหลากแบบอย่าง ผีตลกโปกฮา ผีหักมุม ผีชุด หรือแม้กระทั้งพัฒนาการของผีแปลกๆที่ตามหลอกคนกันจ้าละหวั่น ทั้งยังผีตามฆ่าคนภายในฝัน ผีในที่มืด ผีตุ๊กตา หรือแม้กระทั้งผีช้อน ไม่ว่าจะเป็นแบบการโกหก การปรากฏตัวของผี หรือจำพวกของผี ถ้าเกิดหนังผีถูกทำซ้ำกระทั่งแปลงเป็นภาพคุ้นตา ผู้ชมก็จะไม่รู้จักสึกกลัว หรือตกอกตกใจ ฉะนั้นในตอนกว่า 120 ปีให้หลังของหนังผี พวกเราก็เลยได้มองเห็นพัฒนาการใหม่ๆของมันอยู่ตลอด เพื่อไม่ให้ความหวาดกลัวเปลี่ยนเป็นเรื่องน่าระอา ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สมัยกี่ยุคก็ตาม

5. ผีก็เสมือนความรักที่ไม่มีทางตาย
ความรักเกิดเรื่องเบื้องต้นของคนเราทุกคน ทุกคนย่อมมีความรักในต้นแบบเฉพาะบุคคล เวลาเดียวกันความเลื่อมใสเรื่องผีก็เกิดเรื่องรากฐานที่แทบทุกประเทศต่างก็เชื่อในวิธีทางของตน โดยลักษณะของผีก็จะขึ้นกับส่วนประกอบห้อมล้อม รวมทั้งความมากมายด้านวัฒนธรรม ผีก็เลยแปลงเป็นสัญลักษณ์ของความหวาดกลัว คล้ายกับอารมณ์อยากของความรักนั่นเอง

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ดูหนังอย่างไรให้จีบผู้หญิงติด เสนอแนะหนัง 5 เรื่องสอนแนวทางจีบผู้หญิง

คนใดกันจีบผู้หญิงไม่เก่ง มาทางนี้ พวกเราขอเสนอแนะให้ ดูหนังออนไลน์ ที่พวกเราคัดเลือกมาให้ 5 ประเด็นนี้เลย การันตีว่าจะได้ทริคดีๆไปใช้ตบมุกให้ผู้หญิงหลงได้แน่ๆ ในตอนกักบริเวณจากวัววิดนี้แหล่ะ เหมาะสมแก่การฝึกซ้อมวิชาจีบผู้หญิงยิ่งนัก ทราบไหมว่าการดูหนังนั้นให้อะไรกับพวกเราหลายสิ่งหลายอย่างเลยจ้า เว้นเสียแต่เรื่องความสนุกสนานแล้ว หนังบางเรื่องยังแอบแฝงวิชาความรู้และก็แง่คิดดีๆเอาไว้ สำหรับชายหนุ่มๆคนใดกันแน่ ที่มีนิสัยขวยเขิน จีบผู้หญิงไม่เป็น แม้กระนั้นไม่รู้เรื่องจะขอคำแนะนำผู้ใดหรือให้คนไหนกันมาสอน ขอเสนอแนะให้ดูหนังออนไลน์สอนจีบผู้หญิง ทั้งยัง 5 ประเด็นนี้ ที่น่าจะเป็นตัวช่วยปรับให้คุณจีบผู้หญิงเก่งขึ้น!

1. Crazy, Stupid, Love (2011) ทึ่มเซ่อซ่าบ้า เพราะเหตุว่าความรัก
หนังหัวข้อนี้จัดว่าตอบปัญหามากมายๆสำหรับชายหนุ่มๆที่อยากทราบแนวทางสำหรับการจีบผู้หญิง โดยในเรื่องนักแสดง เจค็อบ ที่แสดงโดยชายหนุ่มหล่ออย่าง ไรอัน กอสลิง จำต้องมาปฏิบัติภารกิจสอน คาร์ล ชายหนุ่มใหญ่ภรรยาทิ้งซึ่งแสดงโดย สตีฟ คาร์เรล จากพ่อบ้านสุดเฉิ่มให้เปลี่ยนมาเป็นเพลย์บอยตัวบิดาสำหรับในการจีบผู้หญิง ในหนังมีการสอนทั้งยังแนวความคิดเบื้องต้น การปรับทัศนคติ รวมถึงแบบอย่างการลงมือปฏิบัติสำหรับการจีบผู้หญิง โดยหลักสูตรนี้จำต้องกล่าวว่าละเอียดพอควร ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมพร้อมอย่างการเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเอง ทั้งยังการแต่งตัว ลีลาการเดิน การเข้าพบหญิงสาวไม่คุ้นเคย การสนทนา แล้วก็การถักสมาคมต่อ

2. That Awkward Moment (2014) หนึ่ง ส่อง ซั่ม เอาวะ เลิกไม่มีคู่ครอง
หนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ เรท R ซึ่งเว้นเสียแต่ความเฮฮาแล้ว ผู้ชมยังได้ได้โอกาสตามมองภารกิจของ นักแสดง 3 แก๊งค์หนุ่มโสดเพื่อนรัก เจสัน (แซค แอฟรอน) แดเนียล (ไมลส์ เทลเลอร์) และก็ ไมกี้ (ไมเคิล บี จอร์แดน) สำหรับเพื่อการจีบผู้หญิงแบบ One Night Stand หนังหัวข้อนี้เหมาะสมกับกรุ๊ปเพื่อนฝูงที่ต้องการไปจีบผู้หญิงตอนค่ำ เพราะว่าทริคต่างๆของนักแสดงในหนังจำนวนมากจะเป็นการดำเนินการแบบกลุ่ม โดยมีการแบ่งหน้าที่กันแจ้งชัด ไม่มีการหัก โต้เถียง หรือขัดขากัน มองว่าคนใดได้โอกาส สาวพึงพอใจคนไหนมากยิ่งกว่า รวมทั้งสนับสนุนกันแบบสุดกำลัง

3. Alfie (2004) อัลฟี้ กิ๊กๆกั๊กๆไม่รักสักครั้ง
‘จู๊ด ลอว์’ ผู้แสดงชายหนุ่มมาดหรูมารับบทเป็น อัลฟี้ ชายหนุ่มคนขับลีมูซีนในกลางวัน แล้วก็มีงานว่างเป็นเพลย์บอยขั้นเทวดาในช่วงเวลาค่ำคืน โดยเขาสามารถหว่านเสน่ห์กับผู้หญิงกระทั่งมีความเกี่ยวเนื่องลึกซึ้งได้ดูเหมือนจะทุกวันอย่างยิ่งจริงๆ Alfie จะมีผลให้คุณมีความคิดเห็นว่า เพศชายไม่จำเป็นที่ต้องหล่อหรือร่ำรวยมากมาย แค่เพียงมีสไตล์เป็นของตนเอง รวมทั้งมีความมั่นใจและความเชื่อมั่น ก็มองดึงดูดใจเย้ายวนใจผู้หญิงเข้ามาได้แล้ว แถมยังมีวิธีการสำหรับในการสร้างเสน่ห์ร้ายมาก, การเชิญไปต่อแบบแนบเนียน รวมทั้งการจัดการกับความเกี่ยวข้องแบบเลวข้ามคืนได้อย่างเหนือชั้น แต่ลงท้ายหนังหัวข้อนี้ก็บ่งบอกถึงถึงบทเรียนของการเป็นเพลย์บอยมากจนเกินไปที่พวกเรามั่นใจว่าจะเป็นแง่คิดให้กับเพศชายหวานใจสนุกสนานได้อย่างดีเยี่ยมอย่างยิ่งจริงๆ

4. Hitch (2005) พ่อสื่อเฟี้ยว..ประเดี๋ยวจัดให้
เดท 3 คราวแรกของลูกค้า เพื่อเอาชนะจิตใจสตรีในฝัน นี่เป็นนิยามของ อเล็กซ์ ได้รับความนิยมเป็นต้นว่าส์ หรือ ได้รับความนิยมช์ (แสดงโดย วิลล์ สมิธ) ผู้ชำนาญด้านการออกเดท และก็ยอดเยี่ยมพ่อสื่อ ผู้ครอบครองสถิติสร้างการบรรลุเป้าหมายสำหรับเพื่อการจีบหญิง ให้ลูกค้าผู้ชายสูงที่สุดในนิวยอร์กในเรื่องผู้ชมจะได้สนุกสนานกับลักษณะการทำงานของ ได้รับความนิยมช์ สำหรับในการช่วยเหลือชายหนุ่มสุดติ๋มให้ได้เดทกับศิลปินสาวสุดเซ็กซี ความน่าดึงดูดใจของ Hitch เป็นการที่นักแสดงหลักเป็นผู้ฝึกสอนสอนจีบผู้หญิง ผู้ชมก็เลยได้ทราบเทคนิคต่างๆจำนวนมาก อีกทั้งคำเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการจีบสาว สิ่งที่ควรจะทำและไม่ควรจะทำ รวมทั้งวิธีการปรับปรุงความเกี่ยวพันที่ไม่ใช่แค่การจีบผู้หญิงในผับแล้วเน้นย้ำความระทึกใจเพียงแต่ข้ามคืน แต่ว่าเป็นการจีบผู้หญิงเพื่อได้คุณมาเป็นแฟนจริงๆมากยิ่งกว่า

5. Focus (2015) จุดโฟกัส เกมมายากล เสน่ห์ชาวเหนือก้อนเมฆ
สำหรับ Focus บางครั้งก็อาจจะไม่ใช่เรื่องราวของการจีบผู้หญิงตรงๆเท่าใดนัก เพราะเหตุว่าหน้าหนังเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับการกลยุทธ์จารกรรม แม้กระนั้นมีการใช้ประโยชน์จากทฤษฏีจิตวิทยาสำหรับการชักจูงคน ของ นิคกี้ (วิลล์ สมิธ) ซึ่งจัดว่ามีแนวทางที่น่าดึงดูดหลายชนิดที่น่าศึกษารวมทั้งน่าทดลองเอาทริคนิดๆหน่อยๆนี้ไปประพฤติตาม สิ่งที่ผู้ชมจะได้ก็คือวิธีสำหรับการสร้างความใกล้ชิดกับบุคคลอื่นในระยะติด ร่วมกับการใช้ภาษากายต่างๆเป็นต้นว่า การเลียนแบบลีลาของผู้ที่กำลังคุยด้วย อันจะช่วยให้เขาถูกใจคุณมากยิ่งขึ้นโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว ทั้งยังขั้นตอนการดึงความพึงพอใจคู่เจรจา รวมทั้ง การมอบของขวัญที่น่าประทับใจ ซึ่งทั้งสิ้นเป็นเคล็ดวิธีที่เพศชายนำไปใช้สำหรับการจีบผู้หญิงได้ทั้งหมดทั้งปวง

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

เพราะอะไร? ผู้ผลิตหนังไทย ถึงชอบสร้างหนังแนวตลกคอมเมดี้

คุณเคยสังเกตุมั้ยว่า ดูหนังออนไลน์ ใน เว็บดูหนังออนไลน์ มีหนังไทยแนวไหนเยอะมากที่สุด ถ้าเดาไม่ออกลองเปิดเว็บ ดูหนังออนไลน์ ได้เลย แล้วคุณจะได้คำตอบ และหนังไทยนั้นถือว่าอยู่คู่กับสังคมของเรามาเป็นระยะเวลายาวนาน ตลอดเวลาก็ได้สร้างสาระความบันเทิงให้กับผู้ชมอย่างไม่ขาดสาย ด้วยความที่หนังเป็นสื่อที่หาชมได้ง่าย มีโรงหนังที่เปิดให้บริการอยู่ทั่วประเทศ หรือใครที่ไม่ชอบออกจากบ้านก็สามารถชมผ่านทาง เว็บดูหนังออนไลน์ ได้

โดยหนังไทยนั้นก็ถูกผลิตออกมาหลายแนวหลายประเภทด้วยกันตั้งแต่ แนวแอคชั่น, แนวสู้ชีวิต, แนวผีสยองขวัญ, แนวสารคดี ซึ่งประเภทของหนังไทยที่นิยมสร้างกันมากที่สุดประเภทนึงก็คือ แนวตลกคอมเมดี้ เบาสมอง ซึ่งไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยเราก็ได้ผ่านตากันมาหลายเรื่องจากหลายผู้ผลิต ซึ่งอาจจะมีประสบความสำเร็จมากมายหรือที่ไม่ประสบความสำเร็จก็มีอยู่ให้เห็นแต่ว่าหนังแนวตลกของไทยก็ยังมีให้เห็นไม่ห่างหายไปไหน นั่นเป็นเพราะอะไรครั้งนี้เราจะมาลองวิเคราะห์ถึงเหตุผลกัน
1. ต้นทุนการผลิตที่น้อยกว่าแนวอื่น
ต้องยอมรับกันตรง ๆ ว่าทุนสร้างของบริษัทภาพยนตร์ของไทยนั้นไม่ได้เยอะแยะมากมายเหมือนกับบริษัทของต่างประเทศ ที่สามารถสร้างภาพยนตร์แอคชั่น ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ หรือ ภาพยนตร์แนวผจญภัยต่าง ๆ ที่สามารถทุ่มเงินไปกับ ฉาก สเปเชี่ยลเอฟเฟค หรือ วิชวลกราฟิค ได้ ดังนั้นในบรรดาประเภทของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมนั้นภาพยนตร์ตลกดูเหมือนจุดเด่นจะไม่ได้อยู่ที่การต้องทุ่มเงินไปการโปรดัคชั่นที่อลังการมากแต่อยู่ที่การเขียนบทที่ตรงใจและเข้าถึงอารมณ์ขันของคนดูมากกว่า
แต่นั่นก็เป็นเหมือนกับดาบ 2 คม ของผู้ผลิต โดยถ้าภาพยนตร์เรื่องนั้นสามารถทำหน้าที่ในด้านให้ความสนุกสนานและความบันเทิงกับผู้ชมได้อย่างเต็มที่นอกจากการโปรโมตออกสื่อแล้วก็จะเกิดการบอกปากต่อปากกันทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้ายิ่งไม่เน้นด้านโปรดัคชั่นเท่าไหร่แล้วเรื่องราวหรือบทของภาพยนตร์ไม่โดนใจผู้ชมวงกว้างด้วยแล้วก็เตรียมพับเสื่อกันไปได้เลย
2. พื้นฐานนิสัยคนไทย
อย่างที่รู้กันว่าคนไทยมีนิสัยที่ชอบความสนุกสนานเฮฮา ไม่ชินกับความเครียดหรือความกดดันเท่าไหร่ โดยสิ่งเหล่านี้อาจจะมีมากน้อยกันไปในแต่ละบุคคล แต่ตั้งแต่อดีตการที่ประเทศไทยได้ฉายาจากชาวต่างชาติว่า Land of Smile ก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ดังนั้นมโหรสพต่าง ๆ ที่คนไทยชอบดูมาตั้งแต่สมัยโบราณจึงสอดแทรกอารมณ์ขันไปอยู่เสมอ ทั้งลิเก หรือ ลำตัด ที่มักมีตัวแสดงหรือบทที่ทำให้คนดูหัวเราะได้กันเป็นปกติ
ดังนั้น เมื่อประเทศไทยสามารถสร้างภาพยนตร์เองได้ก็มักจะเขียนบทหรือทำเรื่องราวที่สนุกสนานขบขันเพื่อมาเอาใจคนดูหรือแม้กระทั้งภาพยนตร์แอคชั่นหรือผีก็ยังต้องมีตัวละครหนึ่งทำหน้าที่แสดงบทตลกเพื่อคลายความตึงเครียดของภาพยนตร์นั่นเอง ดังนั้นไม่แปลกที่ผู้ผลิตจะทำหนังแนวตลกออกมาเพื่อรองรับนิสัยคนไทย
3. หานักแสดงได้ไม่ยาก
การที่จะแคสนักแสดงแต่ละคนมาเพื่อรับบทในหนังเรื่องนั้น ๆ การสร้างความรู้สึกดึงดูดให้ผู้ชมก่อนดูนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งในประเทศไทยถ้าผู้ชมไม่เชื่อว่านักแสดงคนนั้นสามารถสร้างความสนุกสนานตลกขบขันให้กับเขาได้โอกาสที่จะเข้าไปดูนั้นก็มีน้อยลง แต่ว่าโชคดีที่ประเทศไทยมีนักแสดงตลกที่คุ้นหน้าเป็นจำนวนมากดังนั้นจึงเป็นแหล่งทรัพยากรชั้นดีสำหรับผู้สร้างที่จะนำมาเป็นตัวแสดงหลักหรือนักแสดงสมทบให้กับผลงาน
แต่นั่นก็มีทั้งผลดีหรือผลร้ายอีกเช่นกัน เพราะว่าในยุคแรกที่นำนักแสดงตลกโดยเฉพาะพี่ ๆ ตลกคาเฟ่เข้ามาเป็นตัวเอกในภาพยนตร์ก็อาจจะสร้างความฮือฮาและความแปลกใหม่ได้มาก แต่หลังจากที่ทำในรูปแบบเดิมมาเป็นเวลานานอาจจะทำให้ผู้ชมเกิดความเบื่อและไม่สนับสนุนภาพยนตร์แนวนี้ในยุคหลัง ๆ นั่นเอง
4. ผสมผสานได้กับหลายแนว
หนังแนวตลกนั้นสามารถนำไปดัดแปลงได้กับเนื้อเรื่องในหลายสถานการณ์ ทั้งเรื่องราวของแอคชั่น ผี ไปจนถึงประวัติศาสตร์ ดังนั้นผู้สร้างจึงมีทางเลือกในการกระจายกลุ่มเป้าหมายที่ชอบแนวต่างกันไปได้ง่ายกว่า ทำให้ลดอัตราเสี่ยงขาดทุนไปได้นั่นเอง

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

แนะนำวิธีพูดชวนผู้ชาวต่างชาติที่เราชอบไปดูหนัง!!

สาวๆคนไหนกักตัวอยู่บ้านแล้วเบื่อ มี ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ดีๆอยู่อย่างเช่น เว็บดูหนัง Moviedoofree.com แล้วอยากชวนผู้ชายสายฝอที่เราแอบชอบมาดูหนังเป็นเพื่อน แต่ไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี? เราจะไม่นกอีกต่อไป..วันนี้เรามีประโยคง่ายๆ ที่พูดแล้วดูเป็นธรรมชาติ แบบเนียนๆ ไม่โป๊ะ ที่เราสามารถหยิบมาใช้เมื่อต้องการหลอกชวนแบบใสๆ ให้ผู้ฝรั่งมาดูหนังออนไลน์เป็นเพื่อนที่บ้านเรา (คุณผู้ชายก็เอาเอาไปใช้พูดชวนสาวฝรั่งได้เช่นกันนะ ) มาดู 5 ประโยคนี้กัน อย่ารอช้า! ช้าหมดระวังอดคนอื่นแย่งตัดหน้าไปก่อนนะ

1. Let’s go to the movies at my home. (เราไปดูหนังที่บ้านของฉันกันเถอะ)
คำว่า Let’s ย่อมาจาก Let us ซึ่งจะอยู่ต้นประโยคชักชวน เช่น
Let’s eat. (เรากินข้าวกันเถอะ) Let’s get married. (เราแต่งงานกันเถอะ)
Let’s hide Boom’s underwear so he can’t find them!
(เราซ่อนกางเกงในของบูมเอาไว้ในที่ที่เขาหาไม่เจอนะ)
ดังนั้น Let’s go to the movies. หมายถึง เราไปดูหนังกันเถอะ คำตอบคงเป็น Okay. ในความหมายว่า ตกลง หรือ โอเค หรือไม่ก็ Sorry, I can’t. (ขอโทษ ไปไม่ได้)
โครงสร้างประโยคแบบนี้ไม่ยาก และออกในหลายรูปแบบที่คล้ายกันเช่น Let’s see a movie. Let’s go see a movie. หรือ Let’s see a film tonight.

2. Why don’t we see a movie at my home? (เรามาดูหนังที่บ้านของฉัน..กันดีไหม)
คำว่า Why แปลว่า ทำไม และ Why don’t เป็นคำถามที่ออกในแนว “ทำไมคุณไม่ทำอะไรบางอย่าง” เช่น
Why don’t you like me? (ทำไมคุณถึงไม่ชอบหนู)
Why don’t you ever come to school on time? (ทำไมคุณไม่เคยมาโรงเรียนตรงเวลา)
ด้วยความหมายนี้ เราใช้ Why don’t you …? ในการชักชวนด้วย สูตรคือ Why don’t you และต่อด้วยสิ่งที่คุณอยากเสนอให้ทำ คงไม่ต้องบอกว่า ใช้ we แทน you ได้ เช่น
Why don’t we go to the movies tonight?
ถ้าแปลตรงตัวก็คือ ทำไมคืนนี้เราไม่ไปดูหนังกัน ฟังแล้วแปลก เพราะความหมายแท้คือ เราไปดูหนังกันเถอะ (ไม่ดีหรือ … ไม่ดีตรงไหน … ทำนองนี้)
สรุปว่า Why don’t we …? เป็นการชักชวนอีกคนหนึ่ง หรืออีกหลายคน ไปทำอะไรร่วมกัน เช่น
Why don’t we have dinner tonight? (คืนนี้เราทานข้าวด้วยกันดีไหม)
Why don’t we stop arguing? (เอาเป็นว่า เราเลิกทะเลาะกันดีไหม)
ส่วนเรื่องการชวนไปดูหนัง ก็ใช้
Why don’t we see a movie? Why don’t you and I go see a movie tonight?
Why don’t we have something to eat then see a movie? (เราไปทานข้าวและก็ดูหนังดีไหม)

3. What about going to the movies? (เอาเป็นว่า ไปดูหนังดีไหม)
คำถามที่เริ่มต้นด้วย What about …? เป็นการเสนอให้ทำอะไร หรือการชักชวนนั่นเอง มักจะเป็นภาษาพูด เช่น
What about lunch? (กินข้าวมื้อเที่ยงไหม) What about a drink? (ถึงเวลาดื่มอะไรสักอย่างดีไหม)
เราพูด What about a movie? ได้เพื่อเสนอว่า เราอยากไปดูหนัง เช่น
A: I’m bored. What can we do? (ฉันเบื่อ เราจะทำอะไรดี)
B: What about a movie? (เอาเป็นว่า ไปดูหนังดีไหม)
อีกรูปแบบหนึ่งคือ What about going to the movies? (What about + กริยา+ing) หรือ
What about seeing a movie? หรือ เอานำหน้าประโยคบอกเล่า จะทำให้มันเป็นคำถามที่ชวนไปทำอะไรบางอย่าง เช่น What about we go see a movie?
อย่างไรก็ดี What about มักเป็นการชักชวน จำไว้นะ

4. How about going to the movies? (เอาเป็นว่า เราไปดูหนังดีไหม)
เหมือนกับ What about …? เป๊ะเลย
คนไทยชอบใช้ How about ในการถามว่า อะไรบางอย่างเป็นอย่างไรบ้าง แต่ฝรั่งมักไม่ใช้อย่างนั้น สำหรับพวกเราแล้ว How about …? ใช้ในการเสนอ หรือ ชักชวนไปทำอะไร เช่น
How about being my girlfriend? (น้องจะเป็นแฟนผมดีไหม)
How about we meet at six? (เอาเป็นว่า เราเจอกัน 6 โมงเย็นดีไหม)
Would you like to see a movie? (คุณอยากไปดูหนังไหม)

5. Do you want to see a movie? (คุณอยากดูหนังไหม)
Do you want …? หมายถึง คุณต้องการไหม เหมือน Would you like …? ซึ่งหมายถึง คุณต้องการเหมือนกัน
Would you like …? ฟังแล้วสุภาพกว่า Do you want …? ไม่ได้หมายถึง Do you want …? ไม่ดี แล้วแต่สถานการณ์ อาจสรุปอีกอย่างหนึ่งว่า ถ้าอยากสร้างความประทับใจ (หมายถึง จีบคนนั้น) ใช้ Would you like …? แต่ถ้าเป็นเพียงเพื่อนสนิท Do you want …? ก็พอ
Do you want …? มักจะย่อเป็น Do you wanna …? หรือ Wanna …? เช่น
Do you wanna see a movie at my home?
Wanna see a movie? หรือ Wanna go to the movies tonight? (คืนนี้ไปดูหนังกันไหม)
Wanna catch a movie? (อยากดูหนังไหม … ในเชิงแสลงคำว่า catch หมายถึง ดู)

สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่อยากชวนเพื่อนฝรั่งมาดูหนังออนไลน์ที่บ้าน เพราะคุณชอบเค้าคนนั้น บางทีอยากจะจีบ แต่ไม่ทราบว่า ควรพูดแบบไหนที่จะฟังแล้วเหมาะ ไพเราะ ไม่อันตราย และก็ได้ผล ลองเอาประโยคที่เราสอนใปใช้กันนะคะ ขอให้ทุกคนสมหวังดังปรารถนา ไม่นกกันถ้วนหน้านะคะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com